Tuesday, December 13, 2011

หน้าหนาวในปารีส และ SDF

อากาศหนาวในปารีสช่วงเดือนธันวานั้นหนาวจับจิตค่ะ ปีที่แล้วไปถึง 0 องศาเลยทีเดียว ในหน้าหนาวแบบนี้ถ้าไปเดินเล่นบนถนนในกรุงปารีส
บรรยากาศจะโรแมนติกมากๆค่ะ ผู้คนใส่ชุดสีเข้ม ต้นไม้มีเกล็ดหิมะจับ แสงไฟจากบรรดาห้างร้าน โดยเฉพาะห้าง Printemps ที่จะมีการจัดดิสเพลย์ได้เก๋ไก๋ที่สุด แวะดื่มซุ้มขายไวน์ร้อนบ้างเป็นระยะๆ

และหากเราสังเกตบ้างเล็กน้อยเราจะเห็นชายแก่หญิงชรา หน้าตาอ่อนโรยนอนบ้างนั่งบ้างอยู่ตามมุมตึกต่างๆ หลายๆครั้งจะมีหมาคู่ชีพอยู่ด้วย (แล้วจะอธิบายให้ฟังค่ะว่าหมามีบทบาทอย่างไร) คนเหล่านี้คือ SDF (Sans domicile fixe ) หรือแปลเป็นภาษาอังกฤษคือ homeless หรือที่เราเรียกๆกันว่าคนร่อนเร่นั่นเอง

คนร่อนเร่เหล่านี้ส่วนใหญ่อายุเยอะแล้วค่ะ บางคนก็ต้องออกมาร่อนเร่ในวัยหลังเกษียณเพราะไม่มีเงินมากพอจะจ่ายค่าเช่าบ้าน เงินช่วยเพียงน้อยนิดจากรัฐบาลก็ไม่มากพอจะจุนเจือค่าเช่าที่แพงแสนแพง และอีกหลายๆคนก็เลือกที่จะออกมาอยู่บนถนนเองค่ะ



สมัยมาอยู่ที่นี่แรกๆก็สงสารเห็นใจและฉงนสงสัยว่า ทำไมรัฐบาลฝรั่งเศสแสนรวยไม่ช่วยเหลือคนเหล่านี้เลยหรือ และทำไมเกือบทุกคนที่อยู่บนถนนต้องมีหมาเป็นเพื่อนคู่ชีพ

เก้บความสงสัยอยู่นานจนมีโอกาสได้รับเชิญไปทานข้าวที่บ้านของนายตำรวจฝรั่งเศสที่ดูแลเขตในเมืองปารีส จึงอดเอ่ยปากถามไปไม่ได้ คุณตำรวจจึงเฉลยให้ฟังว่า จริงๆแล้วรัฐบาลมีสวัสดิการอาหารฟรีให้อยู่แล้วค่ะ รวมถึง การรักษาพยาบาลที่นี่ก็ไม่เสียค่าใช้จ่ายอยู่แล้ว
คนเหลายๆคน(แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนนะคะ)ที่เห็นอยู่บนถนนและขอเงินจากนักท่องเที่ยวนั้น บางคนเอาเงินไปดื่มเหล้าเมายานั่นเอง และสาเหตุที่หลายๆคนมีสุนัขคู่ใจนั้น เพื่อป้องกันปัญหาค่ะ ปัญหาคือในเวลาที่มีเจ้าหน้าที่มาจับ หรือไล่คนเหล่านี้ หากเจ้าหน้าที่เห็นว่ามีสุนัข เจ้าหน้าที่จะไม่ค่อยอยากยุ่งเพราะว่าหน้าที่ของเค้าคือจับคนไม่ใช่สุนับค่ะ ดังนั้นหากจะจัดการ sdf ที่มีสุนัขก็จะสร้างความลำบากชีวิตให้กับเจ้าหน้าที่อีก เจ้าหน้าที่ต้องการจับ sdf แต่ก็ไม่สามารถทิ้งหมาไว้บนถนนได้ แต่เก็ไม่มีหน้าที่จับสุนัขาอีกเช่นกัน ดังนั้นเ่ลยไ่ม่มายุ่งค่ะ

ถามว่าในฐานะท่องเที่ยวอาจจะไม่ต้องข้องเกี่ยวกับคนเหล่านี้มากนัก แต่ แต่ แต่ อยากให้ระวังเอาไว้ให้มากค่ะ เพราะหากเป็นเด็กเล็กๆ วัยรุ่นที่แต่งตัวมอมแมมเหมือนคนจรจัด เดินมาขอเงิน เดินมาใกล้ๆ เข้ามาเรียกร้องความสนใจจากคุณแล้วหล่ะก็ ระวังตัวให้มากค่ะ เด็กเหล่านี้เป็นโจรมืออาชีพค่ะ กว่าจะรู้ตัวอีกทีกระเป๋าสตางค์หายไปทั้งใบ แม่แต่เพื่อนสนิทของผุ้เขียนเองก็เคยโดนเด็กตาดำๆน่าสงสารหลอกเอาไอโฟนไปแล้วค่ะ ย้ำนะคะ อย่าสงสารเด็ดขาดค่ะ โจรทั้งนั้นค่ะ

Sunday, April 17, 2011

นั่ง Taxi ในปารีส

วันก่อนคุณน้าของเพื่อนมาเที่ยวมาปารีส คุณน้าเล่าให้ฟังว่าวันก่อนหน้านั่งแท๊กซี่แล้วโดนชาร์จค่ากระเป๋าเดินทางไปหลายยูโร เลยเกิดความสงสัยว่าถูกโกงหรือไม่ อธิบายคุณน้าไปแล้ว ก็เลยเอามาเล่าไว้ในบล๊อกให้เป็นประโยชน์ต่อคนอื่นๆด้วยค่ะ
ค่าบริการ
เริ่มต้นมิเตอร์ที่ 2.3 euro แต่ค่าบริการขั้นต่ำคือ 6.2 euroค่ะ (แปลว่าถึงแม้ว่าเมื่อเราถึงแล้วมิตเตอร์อยู่ที่ 5 euro เงินค่าบริการที่เราต้องจ่ายคือ 6.2 euro)
ค่ากระเป๋า
กระเป๋าเดินทางตั้งแต่ใบที่สองขึ้นไปเสียเงินนะคะ เรตอยุ่ที่ใบละ 1 euro ค่ะ
ผู้โดยสาร
ท่านที่สี่ขึ้นไปท่านละ 3 euro

อัตราค่ามิเตอร์
เรตที่นี่จะแตกต่างกันไปแล้วแต่ช่วงเวลาค่ะ โดยเฉลี่ยอยุที่ ประมาณ 1.2 euro ต่อ กิโลค่ะ ถ้าเป็นเสา อาทิต วันหยุด หรือช่วงดึกๆ หรือ เช้ามากๆ ก็จะเป็นเรตที่แพงขึ้น รายละเอียดเป็นภาษาอังกฤษที่ลิงก์ด้านล่างนี้ค่ะ
http://www.taxi-paris.net/page36.html

เรียกแท๊กซี่อย่างไร
ปกติในปารีสจะมี taxi stand อยู่ตามถนนเส้นใหญ่ๆค่ะ เป้นป้ายสีฟ้าๆเขียนว่า taxi ถ้าเราไปยืนรอตรงนั้นแท๊กซี่ก็จะวนมาจอดเทียบรับเราเลยค่ะ แต่ถ้าหากว่าหาไม่เจอ สามารถโบกเรียกได้เหมือนอยู่กรุงเทพค่ะ แต่แนะนำให้มองหาป้าย taxi stand ก่อน เพราะโดยกฏหมายแล้วรถแท๊กซี่ไม่สามารถรับผู้โดยสารที่อยูในเขต 50 เมตร จากป้ายค่ะ
เพราะฉะนั้นถ้าใกล้ๆกับที่ๆเราโบกเรียกมีป้าย taxi stand คนขับจะไม่หยุดจอดรับค่ะ จะบอกให้เราไปรอที่ ป้ายแทน

โทรศัพท์เรียกแท๊กซี่่
เราสามารถโทรไปนัดเวลากับบริษัทแท๊กซี่ได้ค่ะ ในปารีสจะมีหลายบริษัทมากๆค่ะ สามาถ google หาหมายเลขได้เลยค่ะเราไม่เสียค่าบริการเพิ่มนะคะ แต่จะมี hidden cost ซึ่งจะอธิบายภายหลังค่ะ

ตัวอย่างหมายเลขติดต่อแท๊กซี่ี่
01 45 30 30 30
ค่าบริการแฝงจากการโทรเรียกแท๊กซี่
มิเตอร์ที่นี่จะเริ่มต้นที่ 2.3 euro ค่ะแต่ถ้าหากว่าเราใช้บริการโทรเรียกแท๊กซี่นั้น อย่างตกใจถ้าเปิดประตูขึ้นไปแล้วพบว่ามิเตอร์อยู่ที่มากกว่าค่าเริ่มต้น อาจจเป็น 6 ยูโร หรือมากกว่า สาเหตุคือ ทันทีที่แท๊กซี่คันใดคันหนึ่งตกลงรับบริการจากการโทรจองเค้าจะเริ่ม กดมิเตอร์จากที่ๆเค้าอยู่ทันทีค่ะ เพราะฉะนั้นถ้ารถแท๊กซี่คันที่มารับเราอยู่ค่อนข้างไกลเราก็อาจจะเสียค่าบริการแฝงเพิ่มขึ้นเยอะค่ะ แต่โดยทั่วไปจากประสบการณ์จะอยู่ที่ไม่เกิน สิบยูโรค่ะ แต่ข้อดีคือ taxi ที่นี่ตรงเวลามากค่ะ

ข้อควรระวังประสบการณืจากคนรู้จัก
เพื่อนที่ทำงานเคยโดยแท๊กซี่มอมยาค่ะ เรียกแท๊กซี่ตอนดึกๆหลังจากออกจากผับ ปรากฏว่าตื่นเช้ามาจำอะไรไม่ได้ และพบว่าเงินในบัญชีหายไปเยอะพอสมควร พอไปเช็คกับที่แบงก์ แบงก์บอกว่าเตัวค้าได้กดเงินออกไปเอง ณ เวลา ตีสาม
เพื่อนใช้เวลาอีกสองวันกว่าจะเริ่มจำได้ลางๆว่า กดเงินส่งให้แท๊กซี่ไปเองค่ะ ตัดสินใจแจ้งความ ตำรวจส่งไปพบแพทย์ตำรวจเพื่อตรวจสอบยาในร่างกาย คุณหมอบอกว่า ตรวจไม่เจอแล้ว เพราะยาที่ใช้สลายตัวใน 24 ชม และฤทธิ์ยาจะทำให้เหยื่อจำอะไรไม่ได้ไปหลายวันกว่าจะนึกได้ก็สายไปเสียแล้ว แพทย์บอกว่ามีเคสอย่างนี้เยอะทีเดียวค่ะแต่ไม่ได้เป็นข่าว เพื่อนคนนี้จัดว่าโชคดีที่แค่กดเงินให้เค้าไป บางคนถึงขึ้้นเปิดประตูให้โจรเข้าไปขนของในอพาร์ทเมนต์เลยที่เดียว บางคนก็เจออะไรที่แย่กว่านั้นค่ะ นั่งแท๊กซี่ไม่ว่าในเมืองไหน ประเทศไหนก็ตาม ต้องระวังตัวให้มากๆค่ะ

Thursday, April 14, 2011

น้ำประปาดื่มได้หรือไม่ สั่งน้ำประปาในร้านอาหารได้ไหม

มีคนถามมาอีกเยอะเหมือนกันค่ะว่า น้ำประปาในฝรั่งเศสดื่มได้หรือเปล่า คนฝรั่งเศสที่นี่ยืนยันว่าดื่มได้ค่ะ
(แต่คนหลายๆคนที่นี่ก็เลือกที่จะดื่มน้ำบรรจุขวดม น้ำแร่ จำพวกvittel, evian หรือ ใช้เครื่องกรองน้ำประปาก่อนจะดื่มค่ะ)

เวลาที่เราไปร้านอาหาร ไม่ร้านอาหารแบบใดก็ตามนะคะเราสามารถขอน้ำประปาจากทางร้านได้ค่ะ ซึ่งเป็นเรื่องปกติของคนฝรั่งเศสค่ะ ส่วนใหญ่เวลาไปร้านอาหารก็จะสั่งน้ำประปาค่ะ

โดยเวลาที่พนกงานถามว่าจะดื่มอะไรให้ ระบุ นะคะว่าต้องการน้ำประปา (Tap water ถ้าพนักงานฟังภาษาอังกฤษได้)
หรือถ้าจะพูดเป็นฝรั่งเศส นั่นคือ

แบบที่หนึ่ง
Une carafe d'eau อุน กาคาฟ โด = แปลตรงๆว่าน้ำหนึ่งเหยือก ในที่นี่เป็นอันเข้าใจว่าน้ำประปาค่ะ
แบบที่สอง
de l'eau โด โล = แปลว่าน้ำเปล่า(น้ำประปา)

ถ้าจะให้เพราะขึ้นเราอาจจะพูดว่า
Une carafe d'eau, s'il vous plaît อุน กาคาฟ โด ซี วูล เพล = น้ำเปล่าหนึ่งเหยือกค่ะ/ครับ

อยากให้ระวังนิดนึงนะคะ ในหลายๆครั้งๆถ้าเราสั่งไปเป็นภาษาอังกฤษแค่ว่า water please จะได้เป็นขวดน้ำแร่ evian,หรือ vittel มาแทนค่ะ

ทานอาหารในปารีส ทิป หรือ ไม่ทิป

เจอะเจอคำถามนี้มาเยอะมากๆค่ะจากบรรดาคนรู้จักที่มาท่องเที่ยวที่ปารีส ว่าระบบการทิปในร้านอาหารของที่นี่เป็นอย่างไร
จะเหมือนในอเมริกาหรือเปล่าที่จำเป็นต้องทิปเป็นเปอร์เซ็นต์ของจำนวนที่เราทานไป

ขอตอบจากประสบการณ์ที่อยุ่ในปารีสมาหลายปี และประสบการณ์ทำงานในร้านอาหารในปารีสนะคะ

เราไม่จำเป็นต้องทิปค่ะ


คนฝรั่งเศสที่นี่ไม่ค่อยได้ทิปเช่นกันค่ะ พนักงานเสิรฟที่นี่ก็ไม่ได้คาดหวังให้ลูกค้าทิปค่ะ เพราะฉะนั้นลูกค้าไม่ทิปเป็นเรื่องปกติค่ะ ลูกค้าทิปเป็นเรื่องดีค่ะ(พนักงานเสริฟดีใจ)

ถ้าคุณอยากทิป จำนวนที่ต้องทิปคือเท่าไหร่ เท่าไหร่ก็ได้เลยค่ะ ตามแต่ชอบใจ จากที่เห็นๆมาวางเหรียญ 1 หรือ 2 ยูโรสำหรับมือ้อาหารง่ายๆราคาประมาณ 30 40 euro ค่ะ แต่คนฝรั่งเศสส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ทิปกันค่ะ
จากประสบการณ์ยังไม่เคยเห็นใครทิปเป็นแบงก์เลยนะคะ (5 euro up) เพราะฉะนั้นวางเหรียญให้เค้าเล็กๆน้อยๆก็พอค่ะถ้ารู้สึกว่าเค้าบริการดีแล้วอยากให้ทิปตอบแทน

Tuesday, April 5, 2011

metro ในปารีส

สมัยที่เรียนหนังสืออยู่ปารีสจะมีเพื่อนคนไทยมาเยี่ยมบ่อยๆค่ะ และทุกๆครั้งก็จะเตือนทุกคนด้วยประโยคเดิมๆซ้ำๆว่า

ระวังแก๊งวัยรุ่นอาหรับ อย่าแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าหรือใช้กระเป๋าแพงๆ พยายามทำตัวให้กลมกลืนให้มากที่สุด แต่สุดท้าย ไม่ว่าจะเตือนอย่างไรก็ตาม ก็มีเหตุการณ์คนใกล้ตัวถูกล้วงกระเป๋า กระชากกระเป๋า ขโมยมือถือ เกิดขึ้นอยู่เรื่อยๆค่ะ

หลายๆคนอาจจะคิดว่าไม่ต้องระวังอะไรมาก เป็นแค่คำเตือนทั่วๆไป แต่นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่เรื่อยๆกับนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง " นักท่องเที่ยวเอเชีย" เพราะคนเอเชียอย่างเราที่ประเทศนี้จะมองว่าไม่ค่อยมีพิษมีภัยค่ะ

นี่คือตัวอย่างประสบการณ์จริงที่เกิดขึ้นกับคนรู้จัก คนใกล้ตัว หรือแม้แต่ประสบพบเองค่ะ

1. แก๊งขโมยบน metro สาย 1 และ 2 (linge 1&2)
ลักษณะ
แก๊งเหล่านี้จะเป็นกลุ่มวัยรุ่นและเด็กกลุ่มใหญ่ๆ ร่วมสิบคน ส่วนใหญ่จะเปนเด็กอาหรับ จะคอยขึ้นๆลงๆ metro สายที่นักท่องเที่ยวชอบขึ้น(สาย 1 และ 2 จะผ่าน louvre, หอไอเฟล, sacre couer, montmarte, มูแลงรูจ, ประตูชัย และอื่นๆ
วิธีขโมย
แก๊งเหล่านี้จะเดินคอยเพ่งเล็งนักท่องเทียวผู้หญิงชาวเอเชียเป็นอันดับหนึ่ง ยิ่งแต่งตัวดีและถือกระเป๋าของที่ซื้อมาจากยี่ห้อดังๆเช่น หลุยส์ fauchon gucci นี่ยิ่งดึงดูด แก๊งนี้จะค่อยๆเดินมาล้อมๆคุณไว้ ขณะที่คุณกำลังขั้นหรือลง รถไฟฟ้านั้นเอง บางคนอาจจะเดินมาผลัก เรียกร้องความสนใจไรบางอย่าง เช่น เดินมาพยายามพูดอะไรบางอย่างกับคุณทำให้เรางง หรือตะโกนใส่หน้า ในระหว่างที่คนอื่นล้วงกระเป๋าไป  หรืออาจจะใช้วิธีวิ่งเข้ามาหาพร้อมๆกัน ผลักกระชากของ และวิ่งออกจากรถไฟไปอย่างรวดเร็ว

2. แก๊งเด็กตามคาเฟ่
ลักษณะ
แก๊งเหล่านี้จะคอยเดินร่อนเร่ ตามสตาร์บั๊ก แมคโดนัลด์ หรือร้านกาแฟที่นักท่องเที่ยวเยอะ ลักษณะการแต่งตัวจะแต่งตัวมอซอ น่าสงสาร และส่วนใหญ่จะเป็นเด็กเล็กๆ
วิธีขโมย
เด็กๆจะเดินเข้ามาหาคุณที่โต๊ะ ทำท่าน่าสงสารและอาจจะทำเป็นขออาหารจากคุณ หรือขอเงิน และพยายามสื่อสารอะไรบางอย่างกับคุณ เพื่อเรียกร้องความสนใจ ในขณะนี้เพื่อนร่วมแก๊งหรือเด็กน่าสงสารคนอื่นๆจะค่อยๆหยิบโทรศัพท์มือถือ หรือกระเป๋าที่คุณวางไว้บนโต๊ะ หลังจากนั้นจะค่อยๆเดินหนีออกไปอย่างรวดเร็ว

คำแนะนำ
- อย่าแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าหรือเครื่องประดับแพงๆค่ะ
- หากคุณชอปปิ้งตามแบรนด์ดังๆราคาแพง แนะนำให้เรียกแท๊กซี่จะดีกว่าค่ะ
- คอยระวังมองไปรอบๆว่าคุณอยู่ท่ามกลางคนหน้าตาเหมือนคนอาหรับหรือไม่ หากรู้สึกเหมือนเดิมล้อมๆให้หยุดและรอให้คนพวกนี้เดินจากไปก่อน ระวังไว้ก่อนดีกว่าค่ะ
-  เด็กพเนจร เด็กวัยรุ่น อยู่ให้ห่างค่ะ แก๊งทั้งนั้น

ขอให้เที่ยวให้สนุกค่ะ







Chateau de la Loire ปราสาทแสนสวยในย่าน Loire Valley

สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบปราสาทสวยๆสไตล์ฝรั่งเศส ไม่ไกลจากปารีส ถ้าหากว่ามีเวลามากพออยากจะขอแนะนำให้เดินทางไปในเส้นทางของ Chateaux de la loire ค่ะ




ชาโตว์เดอลาลัวร์ แปลว่า ปราสาทของย่านลัวร์ (ลัวร์เป็น region หนึ่งของฝรั่งเศสค่ะ ผลิตไวน์ขาวรสชาติดี แอลกอฮอล์เข้มข้นน้อย เหมาะสำหรับท่านที่ชอบดื่มไวน์เบาๆค่ะ)

ในย่านลัวร์นี้เป็นย่านที่ในสมัยก่อน ขุนนางทั้งหลายจะมาสร้างปราสาทอยู่กันเยอะค่ะ เนื่องจากสมัยก่อนกษัตริย์ฝรั่งเศสมีปราสาทอยู่แถวๆนี้ค่ะก่อนจะย้ายไปแวร์ซายในภายหลัง เพื่อความสะดวกในการทำงานและเนตเวิกกิ้ง บรรดาขุนนางทั้งหลายจึงตามมาสร้างปราสาทอยู่ใกล้ๆค่ะ ถามความรู้สึกส่วนตัวนะคะ ชอบปราสาทของ chateau de la loire มากกว่า แวร์ซายค่ะ ธรรมชาติมากๆ บางปราสาทตั้งอยู่กลางป่าเลยทีเดียว

ปราสาทเด่นดังของที่นี่ที่พลาดไม่ได้ คือ Chambord, Chenonceau, Amboise และอีกหลายๆปราสาทค่ะไว้จะมาเล่า into details ประวัติและรายละเอียดแต่ละปราสาทให้ฟังนะคะ


การเดินทาง
แล้วแต่เวลาที่มีค่ะถ้าอยากจะดูให้ครบจริงๆ ควรขับรถไปประมาณสองวันค่ะ ขับรถจากปารีสไปทางตะวันตกประมาณหนึ่งชั่วโมงค่ะ มี auto route ไปโดยตรงไม่ต้องกังวลเรื่องรถติดหรือหลงทางค่ะ แต่ถ้ามีเวลาจำกัดแนะนำให้ออกเช้าๆนะคะจะได้มีเวลา visit ได้หลายๆปราสาทค่ะ เพราะปราสาทเหล่านี้ตั้งกระจัดกระจายห่างกันค่ะ ต้องขับรถจาก ปราสาทหนึ่งไปอีกปราสาทหนึ่งค่ะ

เวบไซท์หลักของ chateau de la loire
http://loire-valley.us/

บริษัทเช่ารถที่เคยใช้บริการในฝรั่งเศสนะคะ (ต้องลองเปรียบเทียบราคาดูหลายๆที่ค่ะ บางช่วงจะมีโปรโมชั่น)
www.avis.fr , www.europecar.fr